มะเร็งต่อมลูกหมาก มักถูกขนานนามว่าเป็น “มะเร็งคนแก่” ที่เติบโตช้า แต่ความจริงที่น่ากังวลคือ ผู้ชายจำนวนมากยอมปล่อยให้โรคนี้ลุกลามจนถึงจุดที่รักษาไม่ได้ เพียงเพราะความอายและความกลัวที่จะสูญเสียความเป็นชาย (เช่น ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่) จากผลข้างเคียงของการรักษา
ที่ RoyalLee Cancer Hospital Guangzhou ภายใต้ปรัชญา เราเคารพในชีวิต (Respecting Life) เราเชื่อว่าศักดิ์ศรีและความเป็นชาย ไม่ได้หมายถึงการทนเก็บความผิดปกติไว้เงียบๆ แต่คือการกล้าเผชิญหน้ากับความจริงทางการแพทย์ การมอบข้อมูลที่ตรงไปตรงมาคือเครื่องมือที่จะช่วยจัดการความกลัว และช่วยทวงคืน ‘คุณภาพชีวิต’ ของคุณกลับมา
บทความนี้จะสรุปข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่คุณต้องรู้ เพื่อเตรียมคุณให้พร้อมในฐานะ “คู่หูในการรักษา” (Active Partner) ร่วมกับทีมแพทย์

1. มะเร็งต่อมลูกหมาก คืออะไร?
คำจำกัดความ: เกิดจากการกลายพันธุ์และแบ่งตัวอย่างผิดปกติของเซลล์ใน “ต่อมลูกหมาก” (อวัยวะที่อยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะของผู้ชาย ทำหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงอสุจิ) จนก่อตัวเป็นก้อนเนื้องอกร้าย
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ (Gleason Score): มะเร็งต่อมลูกหมากไม่ได้ดุร้ายเท่ากันทุกเคส แพทย์จะใช้เกณฑ์ที่เรียกว่า “Gleason Score” เพื่อวัดความดุร้ายของเซลล์ ยิ่งคะแนนสูง (เช่น 8, 9 หรือ 10) แปลว่าเซลล์มะเร็งมีความดุร้าย เติบโตไว และมีโอกาสลุกลามสูงมาก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการเลือกแผนการรักษา
2. สังเกตอาการและสัญญาณเตือน
อาการที่พบบ่อย (Common Symptoms):
- ในระยะแรกมัก “ไม่มีอาการใดๆ เลย”
- เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้นจนไปกดทับท่อปัสสาวะ จะมีอาการ: ปัสสาวะบ่อย (โดยเฉพาะตอนกลางคืน)
- ปัสสาวะออกช้า ไม่พุ่ง สะดุด หรือรู้สึกถ่ายปัสสาวะไม่สุด
Red Flags (สัญญาณอันตรายที่มะเร็งอาจลุกลามแล้ว ต้องพบแพทย์ทันที):
- มีเลือดปนในปัสสาวะ หรือในน้ำอสุจิ
- จู่ๆ ก็ปัสสาวะไม่ออกเลย (Acute Urinary Retention) ซึ่งทำให้ปวดทรมานมาก
- ปวดกระดูกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณหลังช่วงล่าง สะโพก หรือต้นขา (เป็นสัญญาณว่ามะเร็งอาจลุกลามไปกระดูก)
3. สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- อายุ: เป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุด มักพบในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป ยิ่งอายุมากความเสี่ยงยิ่งสูง
- พันธุกรรม: หากมีพ่อหรือพี่ชายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ความเสี่ยงจะสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2-3 เท่า นอกจากนี้ ผู้ชายที่มีความผิดปกติของยีน BRCA1/BRCA2 (ยีนเดียวกับมะเร็งเต้านมในผู้หญิง) ก็เสี่ยงสูงขึ้นและมักเป็นชนิดดุร้าย
- อาหาร: การรับประทานเนื้อแดง อาหารไขมันสูง และผลิตภัณฑ์จากนมในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง
- กลุ่มที่ควรคัดกรอง: ผู้ชายทุกคนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ควรตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen) ร่วมกับการตรวจคลำต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก (DRE) เป็นประจำทุกปี
4. การวินิจฉัย (Diagnosis)
- การตรวจเลือดดูค่า PSA: หากค่า PSA สูงกว่าเกณฑ์ปกติ (มักจะ > 4 ng/mL) แพทย์จะสงสัยว่ามีความผิดปกติ
- ภาพถ่ายรังสี 3.0T MRI: นี่คือเทคโนโลยีที่สร้างจุดเปลี่ยน ที่ RoyalLee เราใช้ 3.0T MRI (Multiparametric MRI) เพื่อสแกนดูจุดที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งอย่างแม่นยำ ช่วยหลีกเลี่ยงการเจาะชิ้นเนื้อแบบหว่านแห
- การเจาะชิ้นเนื้อ (Targeted Biopsy): แพทย์จะใช้ภาพจาก MRI นำทางเข็มไปเจาะเอาเซลล์บริเวณที่สงสัยมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อยืนยันโรคและประเมิน Gleason Score
- การตรวจยีน (Genomic Testing): สำหรับระยะลุกลาม เราจะใช้ระบบ OncoMatch เพื่อถอดรหัสยีนจากชิ้นเนื้อ หาความน่าจะเป็นในการใช้ยาพุ่งเป้า
5. ระยะของโรค (Staging)
- ระยะที่ 1-2 (ระยะเริ่มต้น): ก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็กและซ่อนอยู่ภายในต่อมลูกหมากเท่านั้น โอกาสหวังผลหายขาดสูงมากเกือบ 100%
- ระยะที่ 3 (ระยะลุกลามเฉพาะที่): มะเร็งทะลุเปลือกหุ้มต่อมลูกหมาก ลามไปที่ถุงน้ำอสุจิ (Seminal vesicles) หรือเนื้อเยื่อข้างเคียง
- ระยะที่ 4 (ระยะแพร่กระจาย – Metastasis): มะเร็งลุกลามเข้ากระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ตรง หรือแพร่กระจายไปตามกระแสเลือด อวัยวะที่มะเร็งต่อมลูกหมากชอบลามไปมากที่สุดคือ “กระดูก” (Bone Metastasis) และต่อมน้ำเหลือง
6. ทางเลือกในการรักษา (Treatment Options)
มะเร็งต่อมลูกหมากมีตัวเลือกการรักษาที่หลากหลาย ทีมแพทย์ MDT ของ RoyalLee จะประเมินจากความดุร้ายของโรค อายุ และความคาดหวังเรื่องคุณภาพชีวิตของคุณ:
| วิธีการรักษา | รายละเอียดโดยสังเขป |
| เฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance) | ความจริงทางการแพทย์: หากมะเร็งของคุณเป็นระยะแรกเริ่มและ Gleason Score ต่ำมาก (ดุร้ายน้อย) แพทย์อาจแนะนำให้ “ยังไม่ต้องรักษา” แต่ใช้วิธีเจาะเลือดและ MRI ติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการผ่าตัดโดยไม่จำเป็น |
| การผ่าตัด (Surgery) | การผ่าตัดนำต่อมลูกหมากออกทั้งหมด (Radical Prostatectomy) ปัจจุบันมักใช้เทคโนโลยีผ่าตัดแบบแผลเล็ก หรือใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อลดความบอบช้ำของเส้นประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศและการกลั้นปัสสาวะ |
| รังสีรักษา (Radiation) | มีทั้งแบบฉายแสงจากภายนอก (เช่น VMAT หรือ Proton Therapy) และ การฝังแร่ (Brachytherapy) เข้าไปในต่อมลูกหมากโดยตรง ซึ่งช่วยทำลายมะเร็งได้อย่างแม่นยำและทะนุถนอมเนื้อเยื่อรอบข้าง |
| ฮอร์โมนบำบัด (Hormone Therapy – ADT) | มะเร็งต่อมลูกหมากใช้อาหารหลักคือ “ฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน)” การรักษานี้คือการให้ยาเพื่อ ตัดการสร้างฮอร์โมน ทำให้มะเร็งฝ่อตัวลง มักใช้ควบคู่กับการฉายแสง หรือใช้เป็นหลักในระยะลุกลาม |
| ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) | ใช้ในผู้ป่วยระยะลุกลามที่มีการกลายพันธุ์ของยีนบางชนิด (เช่น BRCA) ที่วิเคราะห์ผ่านระบบ OncoMatch |
| เทคโนโลยีบาดแผลเล็ก (Ablation) | เช่น การจี้ด้วยความเย็น (Cryoablation) ใช้ในบางกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับการผ่าตัดใหญ่ได้ |
7. การดูแลตัวเองและผลข้างเคียง (Lifestyle & Management)
ส่วนที่ 1: การเตรียมตัวก่อนเริ่มการรักษา (เตรียมความพร้อม)
- ขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel Exercises): เริ่มฝึกขมิบตั้งแต่ก่อนผ่าตัดหรือฉายแสง เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหูรูด ซึ่งจะช่วยให้คุณฟื้นตัวจาก “ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่” ได้เร็วขึ้นมากหลังการรักษา
- เตรียมสุขภาพหัวใจและกระดูก: ยาฮอร์โมนบำบัด (ADT) อาจส่งผลให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง (กระดูกพรุน) และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ควรเริ่มออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (Weight training) และปรึกษาแพทย์เรื่องการเสริมแคลเซียม
ส่วนที่ 2: การจัดการเมื่อเข้าสู่การรักษา (Managing Side Effects)
- รับมือกับภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction – ED): นี่คือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดหรือการฉายแสง อย่าเก็บความเครียดไว้คนเดียว ปัจจุบันมีวิธีกระตุ้นและเวชศาสตร์ฟื้นฟูทางการแพทย์มากมาย (เช่น ยาเฉพาะทาง หรือกระบอกสูญญากาศ) ที่แพทย์พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อคืนคุณภาพชีวิตคู่ของคุณ
- อาการวัยทองในผู้ชาย (Hot Flashes): จากการรับยาฮอร์โมน ผู้ป่วยอาจมีอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน และเต้านมคัดตึง ควรแจ้งแพทย์เพื่อปรับยาบรรเทาอาการ
- สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ด่วน: ปวดหลังรุนแรงจนขยับไม่ได้ ขาชาหรืออ่อนแรง (สัญญาณมะเร็งลามไปกดทับไขสันหลัง), หรือปัสสาวะเป็นเลือดสดจำนวนมาก
8. คำถามที่ควรทบทวนกับแพทย์ (Doctor Checklist)
อย่าพยักหน้าถ้ายังไม่เข้าใจ จดคำถามเหล่านี้ไปถามอายุรแพทย์มะเร็งหรือศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะของคุณ:
- ค่า Gleason Score ของผมคือเท่าไหร่? (สะท้อนถึงความดุร้ายของมะเร็ง)
- มะเร็งของผมสามารถใช้วิธี “เฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance)” ได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องรีบรักษาทันที?
- หากต้องผ่าตัด มีโอกาสที่จะผ่าตัดแบบ “สงวนเส้นประสาท (Nerve-sparing)” เพื่อรักษาความสามารถในการแข็งตัวของอวัยวะเพศไว้ได้หรือไม่?
- หากมะเร็งลามไปกระดูกแล้ว มีเทคโนโลยีหรือยาอะไรที่ช่วยรักษาความแข็งแรงของกระดูก และลดความเจ็บปวดให้ผมใช้ชีวิตได้ปกติบ้าง?
บทสรุป: มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่วิทยาการทางการแพทย์สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง การเก็บงำความผิดปกติไว้เพราะความอาย คือการทำร้ายตัวเองและครอบครัวทางอ้อม การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับแพทย์ถึงความกังวลเรื่องผลข้างเคียง คือกุญแจสำคัญในการเลือกแผนการรักษาที่ดีที่สุด ปล่อยให้หน้าที่การทำลายมะเร็งเป็นของทีมแพทย์ และหน้าที่ในการลุกขึ้นมาเตรียมความพร้อมของร่างกายเป็นของคุณ
อ้างอิงข้อมูลจาก: National Cancer Institute (NCI) และ American Society of Clinical Oncology (ASCO)
อัปเดตข้อมูลล่าสุด: เมษายน 2026
ปรึกษาทีมแพทย์: หากคุณมีผลการตรวจ MRI หรือ CT Scan แล้วสามารถส่งประวัติทางการแพทย์มาให้ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ (MDT) ของ RoyalLee ประเมินได้ทันที

